ฝุ่น

ฝุ่น
Leemupai

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

The Giant Swing

 




ลานคนเมือง (Lan Kon Mueang) โดยอาศัยแหล่งข้อมูลที่ปรากฏ สามารถสรุปแง่มุมสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ ผังเมือง และวัฒนธรรมได้ดังนี้

1. บทบาทในฐานะพื้นที่สาธารณะอเนกประสงค์ (Public Space) ลานคนเมืองตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (แห่งที่ 1) ในพื้นที่แขวงเสาชิงช้า, แหล่งข้อมูลระบุว่าเป็น พื้นที่โล่งกว้างสำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทในการเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางสังคม วัฒนธรรม และการเมืองของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีการใช้สอยพื้นที่อย่างคุ้มค่าโดยมี ที่จอดรถใต้ดิน อยู่ด้านล่างลานแห่งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในย่านพระนคร

2. สัญลักษณ์และการตอกย้ำอัตลักษณ์ของกรุงรัตนโกสินทร์ บนลานคนเมืองด้านที่ติดกับเสาชิงช้า มีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ที่โดดเด่นคือ ประติมากรรมและป้ายแสดงชื่อเต็มของกรุงเทพมหานคร: จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาส งานฉลอง 220 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ สิ่งนี้ทำหน้าที่เป็นจุดเช็คอินสำคัญและเป็นสื่อที่ช่วยให้คนไทยและชาวต่างชาติรับรู้ถึงชื่อเต็มของเมืองหลวงที่มีความหมายลึกซึ้ง

3. นัยสำคัญทางโบราณคดีที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน จากการขุดค้นทางโบราณคดีระหว่างการบูรณะเสาชิงช้าเมื่อปี พ.ศ. 2549 นักโบราณคดีได้ทำการขุดแต่งบริเวณทิศเหนือซึ่งติดกับฝั่งลานคนเมือง และพบหลักฐานที่สำคัญคือร่องรอยกิจกรรมในอดีตพบชั้นดินที่มีร่องรอยการเรียงตัวของหินกรวดผสมปูนขาวและชั้นปูนขาว ซึ่งสื่อถึงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในยุคก่อนระบบสาธารณูปโภคโบราณ มีการพบการตัดช่องสี่เหลี่ยมลงไปในดินเพื่อวาง ท่อน้ำเหล็ก ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นระบบประปาที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 หลักฐานเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ลานคนเมืองในปัจจุบัน เคยเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์

4. ภูมิทัศน์และการเชื่อมโยงกับเสาชิงช้า ลานคนเมืองเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งเสริมให้ เสาชิงช้า ดูโดดเด่นในฐานะภูมิสัญลักษณ์ (Landmark) โดยเสาชิงช้าตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างลานคนเมืองและวัดสุทัศนเทพวราราม ทำหน้าที่คล้ายวงเวียนที่เชื่อมต่อถนนหลายสาย เช่น ถนนดินสอ และถนนศิริพงษ์ การที่มีลานกว้างเช่นนี้ช่วยเปิดมุมมอง (Vista) ให้เห็นเสาชิงช้าได้อย่างชัดเจนจากหลายทิศทาง สรุป ลานคนเมืองไม่ใช่เพียงลานกิจกรรมทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่ เชื่อมต่ออดีต (โบราณคดีใต้ดิน) เข้ากับปัจจุบัน (พื้นที่จัดกิจกรรมและชื่อเมืองหลวง) โดยทำหน้าที่เป็นหัวใจสำคัญของย่านประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการเจริญเติบโตของกรุงเทพมหานครตลอด 200 กว่าปีที่ผ่านมา

การขุดพบถนนโบราณและท่อน้ำเหล็กสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นการค้นพบทางโบราณคดีที่สำคัญซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการรื้อถอนเสาชิงช้าคู่เดิมเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2549 รายละเอียดของการค้นพบนี้สามารถแบ่งออกตามชั้นดินและช่วงเวลาประวัติศาสตร์ได้ดังนี้

1. การพบแนวถนนโบราณ (ก่อนสมัยรัชกาลที่ 4 และสมัยรัชกาลที่ 4) จากการขุดแต่งชั้นดินบริเวณด้านทิศใต้ (ฝั่งวัดสุทัศน์) และทิศเหนือ ฝั่งศาลาว่าการ กทม นักโบราณคดีพบร่องรอยของถนนในอดีต 2 ยุคหลักแนวถนนเดิมก่อนสมัยรัชกาลที่ 4 พบในชั้นดินระดับล่างสุด สมัยที่ 1 เป็นแนวอิฐขนาดใหญ่เรียงสลับกันตามแนวนอนประมาณ 3 ชั้น และมีการก่ออิฐแนวตั้งขึ้นเป็นขอบถนนแนวถนนสมัยรัชกาลที่ 4 พบในชั้นดินระดับถัดมา (สมัยที่ 2) มีลักษณะเป็นหินกรวดหลายขนาดผสมกับปูนขาว เทปูเป็นพื้นถนน และพบว่ามีรางระบายน้ำอยู่ที่ขอบถนนด้วย ซึ่งเป็นการปรับพื้นที่โดยการอัดดินเหนียวให้ได้ระดับก่อนเทชั้นถนน

 2. การพบท่อน้ำเหล็กสมัยรัชกาลที่ 5 สำหรับการค้นพบที่เป็นจุดเน้นตามคำถามของคุณ คือการพบท่อน้ำเหล็กซึ่งปรากฏอยู่ในชั้นดินด้านบนสุดของกิจกรรมโบราณ (สมัยที่ 3)ลักษณะการติดตั้งท่อน้ำเหล็กนี้ถูกวางโดยการเจาะชั้นอิฐหรือชั้นดินสมัยก่อนหน้าลงไปเพื่อวางท่อความสำคัญทางประวัติศาสตร์นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ท่อเหล็กเหล่านี้น่าจะเป็นท่อประปาที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นการวางระบบสาธารณูปโภคใหม่หลังจากที่มีการสร้างถนนไปแล้ว สรุปนัยสำคัญของการค้นพบ การค้นพบนี้มีความ

สำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ผังเมืองของกรุงเทพมหานคร เพราะช่วยยืนยันถึงวิวัฒนาการของพื้นที่บริเวณเสาชิงช้าว่ามีการใช้งานและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าการขุดค้นครั้งนี้มีการบันทึกภาพ แผนผังหลุม และเก็บตัวอย่างดินและอิฐไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด เพื่อประมวลเป็นข้อมูลทางวิชาการโบราณคดีเมืองต่อไป ซึ่งโอกาสที่จะได้เห็นร่องรอยเหล่านี้อีกครั้งอาจต้องรอไปอีกกว่า 1 ศตวรรษ ตามอายุการใช้งานของเสาชิงช้าต้นใหม่ที่คาดว่าจะอยู่ได้นานถึง 100 ปี

The giant swing by cdpz7c7c6w


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น