การถึงแก่อนิจกรรมตามที่ปรากฏในแหล่งข้อมูล มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความพยายามในการทำนุบำรุงวัดปทุมคงคาราชวรวิหารในอดีต ดังนี้
บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องผู้ที่ถึงแก่อนิจกรรมตามที่ระบุในแหล่งข้อมูลคือ พระยาสวัสดิวารี บริบทและสาเหตุในช่วงเวลาที่วัดเริ่มมีสภาพทรุดโทรมลงอีกครั้ง พระยาสวัสดิวารีได้มีจิตศรัทธากราบทูลขออาสาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการดำเนินการ บูรณปฏิสังขรณ์ วัดแห่งนี้เพื่อให้กลับมางดงามดังเดิม เหตุการณ์ที่น่าเสียดายแหล่ง
ข้อมูลระบุว่า การบูรณปฏิสังขรณ์ในครั้งนั้นยังดำเนินไป ไม่ทันเสร็จสิ้น พระยาสวัสดิวารีก็ได้ ถึงแก่อนิจกรรมเสียก่อน ทำให้ภารกิจที่ท่านตั้งใจไว้ต้องหยุดชะงักลง อย่างไรก็ตาม แม้การถึงแก่อนิจกรรมของพระยาสวัสดิวารีจะส่งผลต่อการบูรณะในยุคนั้น แต่ความสืบเนื่องในการดูแลวัดยังคงมีต่อมาจนถึงยุคหลัง ดังที่เห็นจากหลักฐานบนซุ้มประตูวัดซึ่งมีการบูรณะครั้งสำคัญอีกครั้งในปี พ.ศ. 2529 โดยผู้อุปถัมภ์ท่านอื่นในเวลาต่อมาสัญลักษณ์บนหน้าบันของซุ้มประตูวัดปทุมคงคาราชวรวิหารมีความน่าสนใจและเกี่ยวข้องกับบริบทการสร้างดังนี้
ตำแหน่งที่โดดเด่นสัญลักษณ์ดังกล่าวประดิษฐานอยู่กึ่งกลางของ หน้าบัน Gable ซึ่งตกแต่งด้วยลวดลายกนกอย่างวิจิตรบรรจง และมีลักษณะคล้ายตราสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายมงคล ความเกี่ยวข้องกับผู้อุปถัมภ์ บริเวณเหนือชื่อวัดมีข้อความระบุว่า โดยคุณพระอธิมานุภาษณ์ และระบุปี พ.ศ. 2529 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสัญลักษณ์นี้มีความหมายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการอุทิศตนหรือการอุปถัมภ์ในการบูรณปฏิสังขรณ์ซุ้มประตูโดย
บุคคลท่านนี้ในอดีต สัญลักษณ์แทนความเป็นวัดหลวง การจัดวางตราสัญลักษณ์ไว้ที่หน้าบันซุ้มประตูในลักษณะนี้ มักเป็นการแสดงถึงความสำคัญของสถานที่ที่เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ซุ้มประตูของวัดปทุมคงคาราชวรวิหารที่ปรากฏในภาพ มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่น่าสนใจดังนี้ครับ: สถาปัตยกรรม
ไทยประเพณี ซุ้มประตูมีลักษณะเป็นอาคารทรงไทยขนาดใหญ่ มีเสาคู่รองรับส่วนเครื่องยอดที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง รายละเอียดบนหน้าบัน ส่วนที่โดดเด่นที่สุดคือ หน้าบัน Gable ซึ่งประดับด้วยลวดลายกนกที่มีความละเอียดอ่อนและอ่อนช้อย บริเวณกึ่งกลางของหน้าบันมี ตราสัญลักษณ์ ประดิษฐานอยู่ สะท้อนถึงสถานะของวัดที่เป็นพระอารามหลวง จารึกชื่อวัดและปี พ.ศ. 2529 บริเวณคานใต้หน้าบันมีการจารึกชื่อวัดอย่าง
ชัดเจนว่า วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร และระบุปี พ.ศ. 2529 อยู่ด้านล่าง ซึ่งบ่งบอกถึงช่วงเวลาที่มีการบูรณะหรือสร้างซุ้มประตูนี้ขึ้นมาใหม่ การเชื่อมโยงพื้นที่ ซุ้มประตูนี้ทำหน้าที่เป็นจุดผ่านสำคัญที่เชื่อมระหว่างพื้นที่ภายนอก ชุมชน กับพื้นที่ภายในเขตพุทธาวาส เมื่อมองผ่านช่องประตูเข้าไปจะเห็นแนว เจดีย์ทรงระฆังสีขาว
ที่ตั้งเรียงรายอยู่ภายในอย่างสวยงาม บริบทสิ่งแวดล้อม ภาพซุ้มประตูยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยรอบซุ้มประตูมีองค์ประกอบของความเป็นเมือง เช่น ตู้โทรศัพท์สาธารณะ True ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา และสายไฟที่พาดผ่านด้านหน้า ซึ่งสร้างความแตกต่างระหว่างความเก่าแก่ของสถาปัตยกรรมวัดกับความทันสมัยของบ้านเมือง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น