สวนสราญรมย์ (หรือพระราชอุทยานสราญรมย์) ในฐานะสถานที่ที่มีความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และสังคมไทย โดยสามารถขยายความประเด็นสำคัญได้ดังนี้
1. ประวัติความเป็นมาและการเปลี่ยนผ่านจุดกำเนิดเดิมเป็นเขตพระราชอุทยานของพระราชวังสราญรมย์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2409 ในสมัยรัชกาลที่ 4 การพัฒนาเป็นสวนพฤกษศาสตร์: ในสมัยรัชกาลที่ 5 (ประมาณ พ.ศ. 2417) โปรดเกล้าฯ ให้ เฮนรี อาลาบาศเตอร์ เป็นผู้ออกแบบและจัดสร้างตามแบบอย่างต่างประเทศ โดยมีการนำพันธุ์ไม้แปลก ๆ จากที่ต่าง ๆ มาปลูกเสมอ บทบาททางการเมืองและสังคมสมัยรัชกาลที่ 6 ใช้เป็นสถานที่จัด งานฤดูหนาวหลังการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 รัชกาลที่ 7 พระราชทานให้รัฐบาลเพื่อใช้เป็น ที่ทำการของคณะราษฎรเป็นสถานที่จัด งานฉลองรัฐธรรมนูญ และเป็นจุดเริ่มต้นของ การประกวดนางสาวสยาม (นางสาวไทย)สวนสาธารณะในปัจจุบันคณะรัฐมนตรีมีมติมอบพื้นที่ให้กรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2503 เพื่อปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะ มีพื้นที่ 23 ไร่ เปิดให้บริการทุกวัน
2. สิ่งก่อสร้างและมรดกทางสถาปัตยกรรม
แหล่งข้อมูลระบุถึงสิ่งก่อสร้างสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของสวนไว้หลายจุด ได้แก่อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2426 ทำด้วยหินอ่อนสีขาว ยอดเป็นปรางค์บรรจุพระอัฐิ พร้อมจารึกแสดงความทุกข์โทมนัสของรัชกาลที่ 5 ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เรือนกระจก (สโมสรทวีปัญญา)อาคารสไตล์ วิกตอเรีย ที่ในอดีตใช้เป็นสโมสรสำหรับชนชั้นสูงเพื่อสังสรรค์และแสดงละคร แต่ปัจจุบันขาดการดูแลและถูกใช้เป็นที่เก็บของสโมสรคณะราษฎร์สราญรมย์อาคารชั้นเดียวสไตล์สถาปัตยกรรมคณะราษฎร มี ประติมากรรมรูปพานรัฐธรรมนูญ ประดับกระจกสีอยู่ด้านหน้า ปัจจุบันเป็นที่ทำการสวน ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองศาลเจ้าดั้งเดิมที่ถูกปรับปรุงเป็น เก๋งจีนสูงสามชั้น ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1910 องค์ประกอบศิลป์มีซุ้มประตูเหล็กหล่อลวดลายวิจิตรและ น้ำพุพานโลหะ ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าสวน
3. บริบทพื้นที่และสังคม ที่ตั้ง - ตั้งอยู่บนถนนราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวังทางทิศตะวันออกภาพลักษณ์ทางสังคมพื้นที่รอบสวนในเวลากลางคืนมีชื่อเสียงในฐานะบริเวณที่มีการค้าบริการทางเพศความสำคัญในฐานะมรดกสวนแห่งนี้ถูกจัดอยู่ในรายชื่อมรดกและความทรงจำของคณะราษฎร และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและโบราณสถานในเขตพระนครจากการประมวลข้อมูล สวนสราญรมย์จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สีเขียว แต่เป็น พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่บันทึกร่องรอยการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันค
เรือนกระจกสไตล์วิกตอเรียภายในสวนสราญรมย์ มีประวัติการใช้งานที่น่าสนใจดังนี้
ชื่อเรียกและสไตล์อาคารนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ อาคารสโมสรทวีปัญญา ซึ่งถูกก่อสร้างตามรูปแบบสถาปัตยกรรมเรือนกระจกในยุควิกตอเรียกการใช้งานในอดีตแม้จะมีลักษณะเป็นเรือนกระจก แต่อาคารนี้
ไม่ได้ถูกใช้งานเป็นเรือนเพาะปลูกแต่อย่างใด ในอดีตถูกใช้เป็นสโมสรสำหรับชนชั้นสูงเพื่อกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรม ได้แก่เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ใช้เป็นที่อ่านหนังสือใช้เป็นพื้นที่สำหรับการแสดงละครสถานะปัจจุบันในปัจจุบันอาคารหลังนี้ขาดการดูแลอย่างหนัก และถูกเปลี่ยนหน้าที่ไปใช้เป็นที่เก็บของของสวนแทน
นอกจากนี้ ในอดีตบริเวณพื้นที่ของสวนสราญรมย์ยังเคยถูกใช้เป็นที่ทำการของคณะราษฎร และเป็นสถานที่จัดงานสำคัญอย่างการฉลองรัฐธรรมนูญและการประกวดนางสาวสยามอีกด้วย
ราสามารถสนทนาถึงลักษณะและบทบาทของ ประตูเหล็กดัด ในเชิงศิลปะและสถาปัตยกรรมได้ดังนี้
ความวิจิตรบรรจงของลวดลาย ประตูเหล็กดัดที่ปรากฏในภาพแสดงให้เห็นถึงงานฝีมือที่ละเอียดอ่อน โดยมีการดัดเหล็กเป็น ลวดลายเครือเถาและดอกไม้ ที่มีความอ่อนช้อยสวยงามตามสไตล์ตะวันตก ซึ่งมักพบในสถาปัตยกรรมไทยช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6 การเป็นจุดเด่นทางสายตาประตูนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ทางเข้าออก แต่ยังถูกออกแบบมาให้เป็น ซุ้มประตูประดับ (Decorative Archway) ที่สร้างความสง่างามให้กับสถานที่ โดยมีองค์ประกอบของยอดมงกุฎตรงกลางซุ้มที่เน้นความโอ่อ่า การเชื่อมโยงกับพื้นที่ประตูเหล็กดัดนี้ทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นที่นำสายตาไปสู่ น้ำพุและสวนพฤกษชาติ ด้านใน ช่วยสร้างความ
รู้สึกของการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ภายนอกเข้าสู่พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่เป็นระเบียบและสวยงามองค์ประกอบเสริม นอกจากตัวประตูเหล็กดัดแล้ว ยังมีการติดตั้ง โคมไฟตั้งเสา ที่มีลวดลายเข้าชุดกันทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นการใช้เหล็กดัดเพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอยในด้านแสงสว่างควบคู่ไปกับความสวยงามทางศิลปะ
หากพิจารณาจากชื่อไฟล์และลักษณะสถาปัตยกรรม ประตูเหล็กดัดในภาพนี้ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของ สวนสราญรมณ์ ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์และการรับอิทธิพลทางศิลปะจากยุโรปมาปรับใช้ในพื้นที่สาธารณะของไทย










